
ณ เมืองสาวัตถี ในสมัยที่พระพุทธเจ้าทรงประทับอยู่ ณ วัดพระเชตวัน เรื่องราวของกุมภะบุตร เศรษฐีหนุ่มผู้มั่งคั่ง แต่มีนิสัยตระหนี่ถี่เหนียวราวกับไม่เคยมีทรัพย์สินมาก่อน เขาถือเงินทุกบาททุกสตางค์อย่างหวงแหน ไม่เคยคิดจะแบ่งปันให้แก่ผู้ใด แม้แต่คนในครอบครัวก็ไม่เคยได้รับความเอื้อเฟื้อจากเขา จิตใจของเขามืดบอดไปด้วยความโลภ
วันหนึ่ง ขณะที่กุมภะกำลังนับเงินอยู่ภายในห้องอันโอ่อ่า จู่ๆ ก็มีชายชราคนหนึ่งเดินโซซัดโซเซเข้ามาในบ้านของเขา ชายชราอยู่ในสภาพอิดโรย ใบหน้ามีแต่ริ้วรอยแห่งความอดอยาก
“คุณหนู...ได้โปรด...ข้าหิวเหลือเกิน...ขอเพียงเศษอาหารสักคำ...” เสียงของชายชราแหบแห้ง
กุมภะได้ยินเสียง ก็ขมวดคิ้วด้วยความรำคาญ “ไปให้พ้น! ที่นี่ไม่ใช่โรงทาน! เจ้าเป็นใครมาจากไหน? อย่ามาทำให้ข้าเสียเวลา!”
ชายชราพยายามอ้อนวอน “ข้าเป็นเพียงคนเดินทาง...หลงทางมา...ข้าไม่มีอะไรเลยจริงๆ...”
“ไม่เกี่ยวอะไรกับข้า!” กุมภะตะคอก “ถ้าเจ้าไม่มีปัญญาหาเลี้ยงตัวเอง ก็จงไปตายเสียที่อื่น! อย่ามาทำให้รบกวนจิตใจข้า!”
ชายชราน้ำตาคลอ “หากแต่ท่าน...ท่านก็มีมากมายเหลือเกิน...เพียงแบ่งปันเล็กน้อย...ก็คงไม่ทำให้ท่านยากจนไปได้...”
“พูดมาก!” กุมภะโมโห “นี่คือทรัพย์สินของข้า! ข้าจะทำอะไรกับมันก็ได้! เจ้าไม่มีสิทธิ์มาสั่งสอนข้า!”
เมื่อเห็นว่ากุมภะไม่ยอมช่วยเหลือ ชายชราก็ถอนหายใจอย่างผิดหวัง และค่อยๆ เดินโซซัดโซเซออกไปจากบ้านหลังนั้น
วันเวลาผ่านไป กุมภะยังคงใช้ชีวิตอย่างตระหนี่ จนกระทั่งวันหนึ่ง เขาได้ล้มป่วยลงอย่างหนัก และรู้สึกว่าร่างกายอ่อนแอลงทุกขณะ เขาพยายามเรียกหาคนใช้ แต่ก็ไม่มีใครเต็มใจช่วยเหลือ เพราะตลอดมาเขาปฏิบัติต่อทุกคนอย่างใจดำ
“ใครก็ได้...ช่วยข้าด้วย...” กุมภะร้องขอด้วยเสียงอ่อนแรง
แต่ไม่มีเสียงตอบรับใดๆ มีเพียงความเงียบอันวังเวง
ในที่สุด กุมภะก็สิ้นใจลงอย่างโดดเดี่ยว ท่ามกลางกองทรัพย์สมบัติที่เขาหวงแหน เมื่อวิญญาณของเขาออกจากร่าง ท้าวสักกเทวราช (พระอินทร์) ก็ทรงเห็นบุญกรรมที่กุมภะได้ทำไว้
“กุมภะเอ๋ย...เจ้ามัวแต่หวงแหนทรัพย์สิน จนลืมการสร้างบุญกุศล เมื่อเจ้าจากโลกนี้ไป เจ้าจะไปสู่วิสัยที่น่าเวทนา” ท้าวสักกะตรัส
ท้าวสักกะทรงเนรมิตร่างของกุมภะให้กลายเป็นหม้อดินเปล่าใบหนึ่ง และทิ้งไว้กลางทางที่ผู้คนเดินผ่านไปมา
เมื่อคนเดินทางผ่านไปมา เห็นหม้อดินใบนั้น ก็ต่างก็พากันหยิบไปใช้ประโยชน์ต่างๆ นานา บ้างก็นำไปใส่น้ำดื่ม บ้างก็นำไปใส่ข้าวสาร แต่ไม่มีใครรู้ว่านั่นคือร่างของกุมภะ
กุมภะในร่างหม้อดิน ได้แต่ทนทุกข์ทรมานกับการถูกนำไปใช้ประโยชน์ต่างๆ โดยไม่เคยได้รับการดูแล หรือได้รับการเมตตาใดๆ จากใครเลย เพราะเขาไม่เคยสร้างบุญกุศลไว้เลย
เมื่อพระพุทธองค์ทรงแสดงธรรมแก่ภิกษุทั้งหลาย ได้ทรงเล่าเรื่องกุมภะ และทรงเน้นย้ำถึงโทษของความตระหนี่
“ภิกษุทั้งหลาย ความตระหนี่เป็นเหมือนสนิมที่กัดกินทรัพย์สิน และเป็นเหมือนโซ่ตรวนที่พันธนาการดวงจิตมิให้หลุดพ้น การแบ่งปันและการให้ทาน คือการสร้างบุญอันยิ่งใหญ่ ที่จะนำพาชีวิตไปสู่ความสุขและความเจริญ”
— In-Article Ad —
ความตระหนี่เป็นอุปสรรคต่อความสุข และการให้ทานคือหนทางแห่งการสร้างบุญกุศล
บารมีที่บำเพ็ญ: ทานบารมี (การให้)
— Ad Space (728x90) —
245ทุกนิบาตสุมังคลชาดก ในกาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ นครพาราณสีอันรุ่งเรือง ท่ามกลางพระราชวังที่โอ่อ่าตระการตาซึ่...
💡 การยึดมั่นในความดีและการทำบุญบารมี ย่อมเป็นเกราะป้องกันภัยอันตราย และนำมาซึ่งความสุขความเจริญที่แท้จริง การเชื่อในโชคลางโดยปราศจากเหตุผล ย่อมนำมาซึ่งความหวาดกลัวและวิตกกังวลโดยไม่จำเป็น
145เอกนิบาตมหาปทุมชาดก ณ เมืองมิถิลา อันเป็นราชธานีแห่งแคว้นวิเทหะ เคยเป็นที่เลื่องลือถึงความเจริญรุ่งเรืองและ...
💡 ความเมตตา ย่อมสามารถเปลี่ยนแปลงจิตใจที่เต็มไปด้วยความแค้นให้กลับกลายมาเป็นความดีงามได้ การให้อภัยและการทำความดี คือหนทางแห่งความสุขที่แท้จริง
148เอกนิบาตสุชาตชาดกณ เมืองเวสาลี มีสตรีนางหนึ่งนามว่า สุชาดา นางเป็นหญิงสาวที่มีความเฉลียวฉลาด มีไหวพริบ และมี...
💡 คุณค่าของคนไม่ได้อยู่ที่ชาติกำเนิด แต่อยู่ที่ความรู้ ความสามารถ และจิตใจที่ดีงาม
146เอกนิบาตอังคารชาดกกาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ แคว้นมคธ มีพราหมณ์ผู้หนึ่งนามว่า โสณกะ เขาเป็นผู้มีทรัพย์สินเงินท...
💡 กรรมใดใครทำ กรรมนั้นย่อมส่งผลเสมอ แม้แต่ผลไม้ที่เคยให้คุณ ก็สามารถให้โทษได้หากถูกปรุงแต่งด้วยเจตนาร้าย
401สัตตกนิบาตกุมภชาดก: การควบคุมตนเอง ในอดีตกาล เมื่อพระโพธิสัตว์ทรงเวียนว่ายอยู่ในชาติภพอันยาวนาน และทรงบำเพ็ญ...
💡 การควบคุมตนเองเป็นสิ่งสำคัญยิ่งในการดำรงชีวิต หากเราสามารถควบคุมกิเลสตัณหา ความโกรธ ความโลภ และความหลงได้ เราก็จะพบกับความสุขที่แท้จริง ความสงบในจิตใจนั้น สำคัญกว่าทรัพย์สินเงินทองใดๆ
144เอกนิบาตปัญจปาณชาดก ครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ในสมัยที่พระโพธิสัตว์ทรงเวียนว่ายอยู่ในภพภูมิต่างๆ เพื่อบำเพ็ญบารมี...
💡 การมีอำนาจและฤทธิ์เดชที่ยิ่งใหญ่ อาจไม่เท่ากับการมีคุณธรรมอันประเสริฐ การเสียสละ การให้ การช่วยเหลือผู้อื่น และการมีเมตตาจิตต่อสรรพสัตว์ คือหนทางแห่งความสุขที่แท้จริงและยั่งยืน
— Multiplex Ad —